วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week6 วิเคราะห์ข้อสอบOnet คอมพิวเตอร์ 5 ข้อ

วิเคราะห์ข้อสอบ Onet คอมพิวเตอร์ 5 ข้อ


1. ข้อใดเป็นการประยุกต์ใช้สื่อประสมในด้านการศึกษา
      1. E-Card
      2. E-Service
      3. E-Learning
      4. E-Commerce

วิเคราะห์ข้อสอบ
ข้อ1.     E-Card หรือ Electronic Card คือ บัตรอวยพร หรือ บัตรทักทายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

ข้อ2.     E-Service หรือ Electronic Service คือบริการต่างๆที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นบนระบบเครือข่าย Internet เพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านธุรกิจในด้านต่างๆ

ข้อ3.     E-Learning หรือ Electronic Learning คือ การเรียน การสอนในลักษณะ หรือรูปแบบใดก็ได้ ซึ่งการถ่ายทอดเนื้อหานั้น กระทำผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ซีดีรอม เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต หรือ ทางสัญญาณโทรทัศน์ หรือ สัญญาณดาวเทียม (Satellite) ฯลฯ เป็นต้น

ข้อ4.     E-Commerce หรือ Electronic Commerce การทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในทุกๆ ช่องทางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ อินเทอร์เน็ต และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถกระทำผ่าน โทรศัพท์เคลื่อนที่ การโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การโฆษณาในอินเทอร์เน็ต แม้กระทั่งซื้อขายออนไลน์

ตอบ     3. E-Learning


2.ลิขสิทธิ์โปรแกรมประเภทรหัสเปิด(Open Source)อนุญาต
ให้ผู้ใช้ทำอะไรได้บ้าง
ก.  นำโปรแกรมมาใช้งานโดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์
ข.  ทดลองใช้โปรแกรมก่อนถ้าพอใจจึงจ่ายค่าลิขสิทธิ์
ค.  แก้ไขปรับปรุงโปรแกรมเองได้
            1.  ข้อ  ก กับ  ข้อ  ค                    2.  ข้อ  ข  กับ  ข้อ  ค
            3.  ข้อ  ข  อย่างเดียว                   4.  ข้อ  ก  อย่างเดียว

วิเคราะห์ข้อสอบ
            Open Source คือ ตัวโปรแกรม ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับการออกแบบและพัฒนา วัตถุประสงค์หลักคือ เป็นตัวโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้นำไปใช้งานและอาจพัฒนาตัวโปรแกรมต่อได้ ส่วนใหญ่ Open Source จะเป็นโปรแกรมที่แจกฟรี

ตอบ    1.  ข้อ  ก กับ  ข้อ  ค


3. คำสั่งใดไม่เกี่ยวข้องกับการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์แบบแนบไฟล์
      1. Send                        2. New
      3. Attach                      4.  Inbox

วิเคราะห์ข้อสอบ
            ในการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์แบบแนบไฟล์นั้น จะประกอบด้วย ข้อ1.Send เพราะคือการส่งไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ , ข้อ2 New เพราะคือการสร้างไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ,3. Attach เพราะคือการแนบไฟล์             
            ดังนั้นข้อที่ไม่เกี่ยวข้องคือ ข้อ4.Inbox เพราะคือกล่องข้อความซึ่งผู้อื่นส่งมาหาเรา

ตอบ 4.Inbox


4. ข้อใดกล่าวถึง Protocol ได้ถูกต้อง
            1.  การสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
            2. การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างไกล
            3.  การบริหารวารสารและข่าวสารบนอินเทอร์เน็ต
            4. เครื่องมือที่ช่วยในการสืบค้นข้อมูลในรูปแบบเอกสาร
            5.  ภาษาการสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบอินเทอร์เน็ต

วิเคราะห์ข้อสอบ
            โปรโตคอล(Protocol) คือ ข้อกำหนดหรือข้อตกลงในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ หรือภาษาสื่อสารที่ใช้เป็น ภาษากลางในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยกัน การที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกเชื่อมโยงกันไว้ในระบบจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้นั้น จำเป็นจะต้องมีการสื่อสารที่เรียกว่า โปรโตคอล (Protocol) เช่นเดียวกับคนเราที่ต้องมีภาษาพูดเพื่อให้สื่อสารเข้าใจกันได้

ตอบ  5.  ภาษาการสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบอินเทอร์เน็ต


5. การบันทึกไฟล์วิดีโอจะมีรูปแบบนามสกุลตรงกับข้อใด
      1. .avi                            2. .jpg
      3. .mp3                         4.  .bmp

วิเคราะห์ข้อสอบ
ข้อ1.     AVI (Audio Video Interleave)ไฟล์ภาพยนตร์ ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งดูผ่านคอมพิวเตอร์ โดยจะสามารถเปิดทั้งภาพและเสียงพร้อมกันได้ทันที โปรแกรมที่ใช้เปิดไฟล์จำพวกนี้ ได้แก่ Windows Media Player,Quick Time เป็นต้น ถือเป็นไฟล์วิดีโอมาตรฐานในเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ของระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows )
ข้อ2.     JPG (Joint Photographic Experts Group)         เป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบีบอัดข้อมูลภาพ เพื่อให้มีขนาดกระทัดรัด เพื่อนำใช้งานในระบบอินเตอร์เน็ต นิยมมาใช้ในการแสดงผลรูปภาพบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกับ GIF แต่มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน
ข้อ3.     MP3 (MPEG-1 Audio Layer 3) คือฟอร์แมตของไฟล์ชนิดหนึ่ง ซึ่งบรรจุข้อมูลออดิโอ (ข้อมูลเสียง) ที่ใช้เล่นในคอมพิวเตอร์ ไฟล์ชนิดนี้ใช้เทคโนโลยีบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็กลงมากๆ
ข้อ4.     BMP (Bitmap sequence)ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เพื่อแสดงผลภาพกราฟฟิคโปรแกรมวินโดวส์ เป็นไฟล์ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ในด้านการใช้งานมากนัก จะใช้เพื่อเก็บกราฟฟิคไฟล์ที่เป็นต้นแบบเสียส่วนใหญ่ และใช้ในการแสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์

ตอบ   1. .avi  




ขอขอบคุณข้อมูลจาก

http://natnalin33.blogspot.com/2014/01/o-net-6.html
https://krupaga.wordpress.com/category/แบบทดสอบ-o-net-ม-6-คอมพิวเตอร์/
http://www.mindphp.com/คู่มือ/73-คืออะไร/2230-e-card-คืออะไร.html
http://gunoob.com/บริการอิเล็กทรอนิกส์-e-service/
http://www.thaiedunet.com/ten_content/what_elearn.html
https://th.wikipedia.org/wiki/การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
http://www.trueplookpanya.com/new/asktrueplookpanya/questiondetail/8557
http://tongrod-tongrod.blogspot.com/2012/02/o-net.html
http://www.mindphp.com/คู่มือ/73-คืออะไร/2044-protocol-คืออะไร.html
http://gunang.com/index.php?option=com_content&view=article&id=57&Itemid=60
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=free4u&month=12-2009&date=09&group=59&gblog=39

ขอขอบคุณรูปภาพจาก

http://www.theactkk.net/home/homenew1/DetailsNews.asp?TID=3929


Week5 เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ(2) Prosmarinus’s Photo

Prosmarinus’s Photo

     รูปถ่ายไม่ว่าจะถ่ายจากกล้องราคาหลายแสน หรือจากราคา หลักพัน หรือหลักร้อยแต่ราคาของกล้องไม่สามารถประเมินค่าความสำคัญของรูปได้ ทุกเสี้ยววินาทีที่ฉากหรือเหตุการณ์นั้นถูกบันทึกนั่นหมายถึงเราได้หยุดเวลาตอนนั้นไปด้วย ภาพ1ภาพแม้ไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆแต่เมื่อคุณเห็นมันคุณจะนึกถึงเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดีโดยที่ไม่ต้องใช้ตัวอักษรหรือคำพูดมากมาย

  • รู้หมือไร่?
        วันที่ 29 มิถุนายนเป็นวันแห่งกล้องถ่ายรูป-National Camera Day-
ดิฉันเลยขอนำเสนอรูปถ่ายฉบับธรรมดาจากกล้องมือถือซึ่งดิฉันเล่นและถ่ายเก็บไว้ลงInstagramส่วนตัวมาลงบล๊อกสักหน่อย






























































"คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่ารูปถ่ายสำคัญอย่างไร 
ถ้าคุณไม่สูญเสียสิ่งนั้นไป"


ขอบคุณข้อมูลจาก 

http://nationaldaycalendar.com/days-2/national-camera-day-june-29/





Week4 โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ (Java) [Nice to meet you ‘JAVA’]


Nice to meet you ‘JAVA’

ยินดีที่ได้รู้จักคุณ จาวา



ภาษาจาวาคืออะไร เกิดมาได้ยังไง?

          เป็นภาษาโปรแกรมเชิงวัตถุ(Object Oriented Programming) พัฒนาโดย เจมส์ กอสลิง และวิศวกรคนอื่นๆ ที่ ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ภาษาจาวาถูกพัฒนาขึ้นในปีพ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) โดยเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการกรีน (The Green Project) และสำเร็จออกสู่สาธารณะในปี พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1995) ซึ่งภาษานี้มีจุดประสงค์เพื่อใช้แทนภาษาซีพลัสพลัส (C++) โดยรูปแบบที่เพิ่มเติมขึ้นคล้ายกับภาษาอ็อบเจกต์ทีฟซี (Objective-C) แต่เดิมภาษานี้เรียกว่า ภาษาโอ๊ก (Oak) ซึ่งตั้งชื่อตามต้นโอ๊กใกล้ที่ทำงานของ เจมส์ กอสลิง แต่ว่ามีปัญหาทางลิขสิทธิ์ จึงเปลี่ยนไปใช้ชื่อ "จาวา" ซึ่งเป็นชื่อกาแฟแทน






          และแม้ว่าจะมีชื่อคล้ายกัน แต่ภาษาจาวาไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับภาษาจาวาสคริปต์ (JavaScript) ปัจจุบันมาตรฐานของภาษาจาวาดูแลโดย Java Community Process ซึ่งเป็นกระบวนการอย่างเป็นทางการ ที่อนุญาตให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกำหนดความสามารถในจาวาแพลตฟอร์มได้


รุ่นต่างๆของภาษาจาวา

·       (ค.ศ. 1996) — ออกครั้งแรกสุด

·       (ค.ศ. 1997) — ปรับปรุงครั้งใหญ่ โดยเพิ่ม inner class

·       (4 ธันวาคม, ค.ศ. 1998) — รหัส Playground ด้านจาวาแพลตฟอร์มได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน API และ JVM (API สำคัญที่เพิ่มมาคือ Java Collections Framework และ Swing; ส่วนใน JVM เพิ่ม JIT compiler) แต่ตัวภาษาจาวานั้น เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย (เพิ่มคีย์เวิร์ด strictfp) และทั้งหมดถูกเรียกชื่อใหม่ว่า "จาวา 2" แต่ระบบเลขรุ่นยังไม่เปลี่ยนแปลง

·       (8 พฤษภาคม, ค.ศ. 2000) — รหัส Kestrel แก้ไขเล็กน้อย

·       (13 กุมภาพันธ์, ค.ศ. 2002) — รหัส Merlin เป็นรุ่นที่ถูกใช้งานมากที่สุดในปัจจุบัน (ขณะที่เขียน ค.ศ. 2005)

·       (29 กันยายน, ค.ศ. 2004) — รหัส Tiger (เดิมทีนับเป็น 1.5) เพิ่มคุณสมบัติใหม่ในภาษาจาวา เช่น Annotations ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันว่านำมาจากภาษาซีชาร์ป ของบริษัทไมโครซอฟท์, Enumerations, Varargs, Enhanced for loop, Autoboxing, และที่สำคัญคือ Generics

·       (11 ธันวาคม, ค.ศ. 2006)— รหัส Mustang เป็นรุ่นในการพัฒนาของ Java SDK 6.0 ที่ออกมาให้ทดลองใช้ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004

·       (กำลังพัฒนา กำหนดออก ค.ศ. 2008) — รหัส Dolphin กำลังพัฒนา


ประโยชน์ของภาษาจาวา

           สำหรับการพัฒนาภาษา Java สามารถพัฒนา Application ได้หลากหลายรูปแบบมาก เช่น Application ที่ทำงานบน Windows , Mac , Linux หรือบน Web Application (JSPย่อมาจาก Java Server Page) และการพัฒนา Application บนโทรศัพท์มือถือซึ่งในปัจจุบันสามารถพัฒนาได้บน Android และ BlackBerry และในอนาคตจะยังมีตามมาอีกหลายประเภทอย่างแน่นอน ดังนั้นในภาษา Java จะมีรุ่นที่เป็น SDK อยู่หลายตัว อาทิเช่น J2SE , J2EE , J2ME หรือ SE , EE , ME ซึ่งเอาไว้ใช้งานในส่วนที่ต่างกัน 





จาวาแพล็ตฟอร์ม (Java Platform) คืออะไร ?

            แพล็ตฟอร์ม นั้นมีความหมายรวมถึงฮาร์ดแวร์ หรือซอฟแวร์ที่ทำงานประสานกัน หรือทำงานแยกจากกัน ต่างคนต่างทำ โดยเมื่อรวมคำว่า จาวา (Java) เข้าไปรวมกับ แพล็ตฟอร์ม นั้นจะหมายถึง ฮาร์ดแวร์ หรือซอฟแวร์ที่ทำงานด้วยภาษาจาวา โดยจาวาแพล็ตฟอร์ม มีทั้งหมด 3 แพล็ตฟอร์มดังนี้
·       J2SE ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น SE (Standard Edition) ไว้สำหรับพัฒนาโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วไป
·       J2EE ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น EE (Enterprise Edition) ไว้สำหรับพัฒนาโปรแกรมในองค์กรใหญ่ๆ หรือมีขอบเขตของโครงการกว้างมาก
·       J2ME ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ME ((Micro Edition) ไว้สำหรับพัฒนาโปรแกรมบนอุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือพีดีเอ


ข้อดี-ข้อเสียของJava
  •        ข้อดี

            1.โปรแกรมจาวาที่เขียนขึ้นสามารถทำงานได้หลายplatform โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขหรือcompileใหม่ ทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไปในการport หรือทำให้โปรแกรมใช้งานได้หลาย platform

            2.ภาษาจาวาเป็นภาษาเชิงวัตถุ ซึ่งเหมาะสำหรับพัฒนาระบบที่มีความซับซ้อน การพัฒนาโปรแกรมแบบวัตถุจะช่วยให้เราสามารถใช้คำหรือชื่อ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระบบงานนั้นมาใช้ในการออกแบบโปรแกรมได้ ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

            3.ภาษาจาวามีความซับซ้อนน้อยกว่าภาษา C++ ทำให้ใช้งานได้ง่ายกว่าและลดความผิดพลาดได้มากขึ้น

           4.ภาษาจาวามีการตรวจสอบข้อผิดพลาดทั้งตอน compile time และ runtime ทำให้ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในโปรแกรม และช่วยให้ debug โปรแกรมได้ง่าย

            5.ภาษาจาวาถูกออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูงตั้งแต่แรก ทำให้โปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยจาวามีความปลอดภัยมากกว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาอื่น

            6.มี IDE, application server, และ library ต่าง ๆ มากมายสำหรับจาวาที่เราสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทำให้เราสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการซื้อ tool และ s/w ต่าง ๆ

  •        ข้อเสีย

            1.ทำงานได้ช้ากว่า native code (โปรแกรมที่ compile ให้อยู่ในรูปของภาษาเครื่อง) หรือโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาอื่น อย่างเช่น C หรือ C++ ทั้งนี้ก็เพราะว่าโปรแกรมที่เขียนขึ้นด้วยภาษาจาวาจะถูกแปลงเป็นภาษากลางก่อน แล้วเมื่อโปรแกรมทำงานคำสั่งของภาษากลางนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นภาษาเครื่องอีกทีหนึ่ง ทีล่ะคำสั่ง (หรือกลุ่มของคำสั่ง) ณ runtime ทำให้ทำงานช้ากว่า native code ซึ่งอยู่ในรูปของภาษาเครื่องแล้วตั้งแต่ compile  โปรแกรมที่ต้องการความเร็วในการทำงานจึงไม่นิยมเขียนด้วยจาวา
            2.Tool ที่มีในการใช้พัฒนาโปรแกรมจาวามักไม่ค่อยเก่ง ทำให้หลายอย่างโปรแกรมเมอร์จะต้องเป็นคนทำเอง ทำให้ต้องเสียเวลาทำงานในส่วนที่ tool ทำไม่ได้ ถ้าเราดู tool ของ MS จะใช้งานได้ง่ายกว่า และพัฒนาได้เร็วกว่า (แต่เราต้องซื้อ tool ของ MS และก็ต้องรันบน platform ของ MS)


หากต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาจาวาและการใช้งานเพิ่มเติมสามารถรับชมได้ที่ลิ้งก์ด้านล่างนี้เลยค่ะ

 ดาวน์โหลดจาวาได้ที่

  

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://th.wikipedia.org/wiki/ภาษาจาวา
http://www.thaicreate.com/java/java-what-is-java.html
http://www.amplysoft.com/knowledge/Java%20Platform%20จาวาแพล็ตฟอร์ม%20คืออะไร.html
http://javastick.web44.net/gbjava.html
http://pantip.com/topic/30574842

ขอขอบคุณรูปภาพจาก

http://www.thaicreate.com/java/java-what-is-java.html
http://www.minoosoft.net/tech/images/java.gif
http://www.trebbipoland.com/en/sun-microsystems-uk.php
http://www.thaicreate.com/java/java-system-requirement.html

Week3 Social Networkกับนักเรียนและสังคมไทย [U n I]

                ในโทรศัพท์มือถือของคุณมีกี่แอพลิเคชันที่เป็นโซเชี่ยวเน็ตเวิร์ก ถ้าคุณลองหยิบมือของคุณมานับดูคงต้องมีมากกว่า1เป็นแน่แท้ทีเดียวนะครับพี่น้องครับ แน่นอนว่าคุณใช้โซเชี่ยวในการติดต่อสื่อสารไม่ว่าจะกับครอบครัว แฟน เพื่อน ติดต่องานต่างๆ หรืออยากจะใช้เป็นพื้นที่ขายของก็สามารถทำได้ไม่ยาก หลายๆคนก็ใช้เป็นพื้นที่แสดงความสามารถต่างๆหรือแสดงความสนใจในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ ซึ่งจะเห็นว่าโซเชี่ยวเน็ตเวิร์กสามารถเชื่อมคนสู่คนหรือถึงกลุ่มคนได้อย่างง่ายดาย การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทำให้เราสามารถแชร์สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็วตามไปด้วยโดยเพียงแค่เราเผยแพร่ลงในโซเชี่ยวเน็ตเวิร์กเรื่องนั้นจะถูกส่งต่อกันไปโดยเราไม่รู้เลยว่าจุดสิ้นสุดของมันจะอยู่ที่ใด



                ดิฉันเองก็เป็นประชากรในโซเชี่ยวเน็ตเวิร์กคนหนึ่ง จากสมัยยุคHi5ตอนนั้นเหมือนเป็นการบุกเบิกตัวเองเลยก็ว่าได้ในการใช้โซเชี่ยวเน็ตเวิร์ก เริ่มจากสมัครและทิ้งหายไปจนต้องเข้าทุกวัน พัฒนามาสู่ยุคเฟสบุคเหมือนการอพยพถิ่นมาสู่แดนน้ำเงินขาว ซึ่งสิ่งที่เราจะเห็นเป็นประจำคือรูปถ่ายที่อัพโหลดลงในโซเชี่ยวเน็ตเวิร์ก เมื่อเราสังเกตดูดีๆในแต่ละยุคแต่ละปีการถ่ายรูปและแต่งรูปจะแตกต่างกันออกไป เช่น สมัยHi5เราจะเห็นเทรนด์ซอยผมรากไทร ถ่ายรูปมุมสูง ชูสองนิ้ว ทำตาโต แก้วป่อง ปากเล็กๆ ยิ้มบางๆ หรือยุคFacebookมีหลายยุค เรามาเริ่มดูแต่ละยุคกันเลย
  • ยุคที่ถ่ายภาพผ่านหน้าจอคอมพิมเตอร์หรือหน้าจอมือถือแล้วอัพโหลดอีกรอบหนึ่ง 

  • ยุคที่ถ่ายรูปแบบฟิลเตอร์ดูดสี โดยรูปจะเป็นรูปสีเทาชมพู 

  • ยุคสี่ช็อตการถ่ายรูปแบบรวมกัน4ภาพใน1รูป 

  • ยุคCamera360กล้องเมพๆกับภาพโทนเหลืองๆ 

  • ยุคอาร์ตๆ เน้นความติสท์เป็นหลัก

  • ยุคฮิปสเตอร์ เน้นความมีสไคล์เป็นของตัวเอง พร้อมกับท่าทางเผลอๆและอาจต้องมีพร็อบเสริมเล็กน้อย เช่น หมวก กล้อง กระเป๋าผ้า บลาๆ


  • ยุคฟรุ้งฟริ้ง ยุคของความฟรุ้งฟริ้งได้บังเกิด หน้าเนียนขาวใสไร้รอยสิวผิวอมพูตาโตหน้าเรียว


                ซึ่งไม่ว่ากี่ยุคจะเห็นว่าเราใช้จิตวิญญาณในการถ่ายภาพซึ่งบางครั้งก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมไปทำไม เพื่ออัพโหลดลงโซเชี่ยวต่างๆ ซึ่งตลอดเวลาที่เราใช้โซเชี่ยวเน็ตเวิร์กจะเห็นได้ว่ามีอุปกรณ์ต่างๆพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่มากขึ้น เช่น เมื่อก่อนเราใช้กล้องหลังของโทรศัพท์มือถือในการถ่ายหน้าตัวเอง ก็ต้องพลิกโทรศัพท์ไปมากว่าจะได้1รูปที่พอใจก็ต้องกดจนมือหงิก จนโทรศัพท์มือถือมีกล้องหน้าเราก็ไม่ต้องหันไปหันมาแล้วทำให้สะดวกมากยิ่งขึ้น หรือกล้องถ่ายรูปที่มีหน้าจอที่พลิกได้ช่วยให้ถ่ายเซลฟี่ได้ง่ายขึ้น




                พล่ามไปเยอะอาจดูไม่มีสาระเท่าไหร่แต่โซเชี่ยวเน็ตเวิร์กก็มีสาระหากเราใช้ให้เป็นประโยชน์จะเห็นได้ว่าเมื่อมีคนต้องการความช่วยเหลือโซเชี่ยวเน็ตเวิร์กเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่รวดเร็วในการขอความช่วยเหลือ เช่น เราอาจเห็นหลายๆครั้งที่มีการขอบริจาคเลือดตามเฟสบุค อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ หรือช่องทางอื่นๆโดยทำให้อาจมีหลายๆคนรอดเพราะเลือดจากผู้ใจดี นั่นเป็นเรื่องดีๆที่ผ่านโซเชี่ยวเน็ตเวิร์กหากเราขาดมันเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะมีกี่คนต้องเสียชีวิตจากการช่วยเหลือที่มันท่วงที นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อีกทางหนึ่งอย่างจะเห็นในเพจต่างๆ หรือกลุ่มต่างๆ ขอรับบริจาคเพื่อไปช่วยเหลือในส่วนต่างๆ เช่น การบริจาคเพื่อผู้ป่วยอย่างเพจบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ที่เราจะเห็นผู้ป่วย ผู้ประสบอุบัติเหตุที่ลำบากและต้องการความช่วยเหลือซึ่งหากไม่เหนือบากกว่าแรงการช่วยเพื่อนมนุษย์เล็กๆน้อยๆที่คุณคิดไม่ถึงแต่รวมกันหลายๆคนอาจต่อชีวิตของคนๆหนึ่งได้อย่างอัศจรรย์เลยนะคะ (เดี๋ยวนี้มีแอพฯธนาคารโอนเงินง่ายๆในมือถือแล้วนะคะ) ประโยชน์นั้นยังมีอื่นๆอีกมากอย่างการแชร์ข้อมูลสาระดีๆซึ่งเมื่อแชร์ออกไปก็สามารถเข้าถึงผู้คนจำนวนมาก ดังนั้นข้อมูลที่เราแชร์เราควรพิจารณาให้ดีว่าจริงเท็จเพียงใด หากน่าเชื่อถือก็สามารถแชร์เพื่อแบ่งปันกับผู้อื่นได้รับรู้ แต่หากเป็นเท็จแล้วเรายังแชร์ต่อไปเรื่องเท็จนี้อาจแพร่ออกไปผู้คนก็ส่งความเท็จสู่ความเท็จจนนำไปสู่ข้อมูลผิดๆที่เราไม่อาจรู้ได้เลยว่ามีกี่คนที่เข้าใจผิดไปแล้ว ดังนั้นเราควรคัดกรองก่อนจะแชร์หรือโพสต์อะไรไปนะคะ



               เมื่อตลาดเกิดขึ้นในโซเชี่ยวแน่นอนว่าก็เหมือนกับร้านค้าร้านหนึ่ง บางคนที่เปิดร้านในโซเชี่ยวเน็ตเวิร์กอาจมีรายได้มากกว่าร้านค้าทั่วตามท้องถนนเสียอีก ร้านค้าในโซเชี่ยวหากมีการโปรโมทที่ดี มีการโฆษณาทำให้คนรู้จักไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะมีรายได้โดยนั่งอยู่ที่บ้าน แต่ก็มีหลายคนที่ใช้ช่องทางนี้เพื่อการหลอกลวงซึ่งก็ได้ผลดีทีเดียวหากผู้บริโภคไม่ดูให้ดีก่อนซื้อก็อาจตกเป็นเหยื่อของผู้ล่าจอมโกงได้ ซึ่งการซื้อของออนไลน์เป็นสิ่งที่หลายๆคนซื้อผ่านช่องทางนี้ซึ่งอาจจะสะดวกแต่เราไม่สามารถดูสินค้าจริงก่อนได้นอกจากดูผ่านรูปภาพซึ่งอาจไม่เหมือนกับของจริง ดังนั้นถ้าหากอยากได้ของตรงตามสเปคลองไปเดินในตลาดนัด หรือช็อปปิ้งมอลล์ดูอาจจะได้ของที่ถูกใจกว่าและอาจจะถูกกว่าด้วย แต่การซื้อของออนไลน์ก็สะดวกและง่ายๆมากแต่อย่าลืมตรวจสอบดีๆก่อนซื้อนะคะ



                เน็ตไอดอลที่หลายคนชื่นชอบก็โด่งดังมาจากโซเชี่ยวเน็ตเวิร์กซึ่งหลายๆคนก็สวยเด็ดหล่อน่ารักหรือจะเป็นคู่รักเพศเดียวกัน แต่ก็มีหลายๆคนที่ดังเพราะมีความสามารถพิเศษ หรือไอเดียดีๆในการแสดงออก ซึ่งเราสามารถพบเห็นได้ในเฟสบุค โซเชี่ยวแคม ยูทูป หรือโซเชี่ยวอื่นๆ เช่นความสามารถในการร้องเพลง การเต้น การแต่งหน้า ซึ่งโซเชี่ยวเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้คุณ




                หากนับจำนวนครั้งที่คุณเข้าโซเชี่ยวเน็ตเวิร์ก1ครั้งเป็น1บาท คุณจะได้เงินสะสมเยอะเลยทีเดียว ในชีวิตจริงคุณอาจไม่ได้เสียเงินขณะเล่นโซเชี่ยวเน็ตเวิร์กแต่คุณอาจเสียโอกาสมากมายหากคุณให้โซเชี่ยวเน็ตเวิร์กมาครอบครองคุณ ใช้อย่างเป็นประโยชน์และให้เวลากับคนรอบข้างคุณจะได้ความอบอุ่นที่โซเชี่ยวเน็ตเวิร์กให้คุณไม่ได้

  • อ้างอิงรูปภาพจาก
https://chanunchok1.wordpress.com/the-socialnetwork/
http://www.zabverka.com/product/73/ไม้เซลฟี่-ไม้ถ่ายรูป-ไม้-selfie-ขากล้องมือถือ-ราคาถูกที่สุด-กล้องเซลฟี่-ขากล้อง-selfie-ครบชุดที่สุด
http://www.takraonline.com/เปิดร้านค้าออนไลน์บนเฟสบุ๊ค-ขายของออนไลน์บนFacebook.aspx
https://www.facebook.com/pages/ช่วยเหลือน้องหมา/342538049252862?fref=ts
https://www.facebook.com/Bhin.fanclub?fref=ts
https://instagram.com/p/39E0aFOwMC/